๒. ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ความเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาระหว่างรัฐและเอกชน จัดโดย สกศ. ซึ่งมีผลสรุป ดังนี้
๑. ควรให้มีคูปองทางการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน
๒. ให้จัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวของเอกชนเพิ่มเท่าโรงเรียนของรัฐบาล
๓. ปรับระบบภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เอกชนร่วมจัดการศึกษา
๔. ลดอุปสรรคในการดำเนินงานของเอกชน เช่น เรื่องกฎหมาย ตราสาร ฯลฯ
๕. ให้เอกชนที่มีความพร้อม เข้ามาเป็นหุ้นส่วนการศึกษากับภาครัฐ
๖. รัฐต้องกำหนดนโยบายการขยายโอกาสให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการรับเด็กเข้าเรียนของเอกชน
๓. โครงการพัฒนาเครือข่าย Uni Net ของ สกอ. งบที่ ครม.อนุมัติ ๕,๑๗๗ ล้านบาท (SP2) ขณะมีการเบิกจ่ายแล้ว ๗๐% มี ๓ โครงการหลัก ได้แก่
๑. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT ๓,๖๙๗ ล้านบาท
๒. การพัฒนาบุคลากรสำหรับการบริหารจัดการเครือข่าย ๗๐ ล้านบาท
๓. การพัฒนาระบบ Teacher TV ๑,๔๑๐ ล้านบาท
เป้าหมาย เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT (ปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๕) ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ๒๐๒ แห่ง, สถาบันการอาชีวศึกษาของรัฐ ๔๑๕ แห่ง, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๑๘๕ แห่ง, โรงเรียนดีเด่นของ สพฐ. ๒,๐๐๐ แห่ง, ห้องสมุดประชาชน กศน. ๑๕๑ แห่ง, โรงเรียนของ สช. ๑๔๓ แห่ง รวม ๓,๐๙๖ แห่ง.
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน
|